วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาเซียน เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศสิงคโปร์

สวัสดีคะวันนี้ก็มาพบกันอีกเช่นเคย วันนี้จะมานำเสนอเกี่ยวกับอาเซียนประเทศสิงคโปร์ เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ก็เอาเป็นว่ามารู้จักกันเลย ไปเลย เย้ๆๆๆๆๆ
 
                  โครงสร้างพื้นฐาน
การคมนาคม และ โทรคมนาคม
 เส้นทางคมนาคม
.         ที่ตั้งของสิงคโปร์เป็นเส้นทางระหว่างทวีปยุโรป และเอเซียตะวันตก กับภาคพื้นตะวันออกไกล รวมทั้งภาคพื้นแปซิฟิค ทำให้สิงคโปร์เป็นชุมทางของเส้นทางเดินเรือ และสายการบินระหว่างประเทศ และเป็นแหล่งชุมนุมการค้าขาย ปัจจุบันสิงคโปร์ มีท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเอเซีย รองจากโยโกฮามาของญี่ปุ่น และเป็นท่าเรือที่มีการขนส่งสินค้ามาก เป็นอันดับสามของโลก

รถไฟฟ้าสิงคโปร์
              การขนส่งทางบก สิงคโปร์มีพื้นที่ไม่มาก ประมาณ 900 ตารางกิโลเมตร แต่ถนนที่จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ประมาณ 1,300 กิโลเมตร นอกจากถนนแล้ว ยังมีทางรถไฟอยู่สองสาย มีความยาวประมาณ 45 กิโลเมตร ได้มีการสร้างทางรถไฟสายสิงคโปร์ - กรันจิ เมื่อปี พ.ศ. 2446 สมัยรัฐบาลสเตรตส์เซตเทิลเมนต์โดยมีการเดินรถจากสถานีแทงค์โรค ไปยังวู๊ดแลนด์ และมีบริการแพขนานยนต์ ข้ามฟากไปเชื่อมต่อกับทางรถไฟจากแผ่นดินใหญ่ด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 การรถไฟแห่งสหพันธ์มลายู ได้รับซื้อกิจการนี้แล้วปรับปรุง ให้เริ่มจากสถานีบูกิตบันยัง ถึงสถานีตันหยงปาการ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2462 ได้มีการเริ่มสร้างถนนข้ามช่องยะโฮร์ เพื่อให้ทางรถไฟติดต่อถึงกัน ทางรถไฟสายหลัก ข้ามถนนข้ามช่องยะโฮร์
         มาเลเซีย ตัดกลางประเทศ ลงสู่ใต้ถึงสถานีปลายทาง ที่ใกล้ท่าเรือเคปเปล โดยมีทางแยกเลยเข้าไปในท่าเรือเคปเปลด้วย ทางรถไฟอีกสายหนึ่ง แยกจากสายแรกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ รถไฟสายนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาลมาเลเซีย การเดินทางไปในสถานีรถไฟ เพื่อโดยสารถือว่าเป็นการเดินทางผ่านประเทศ ต้องมีการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอย่างอื่นทำนองเดียวกัน



https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/1d/Kawasaki_c751_eunos.jpg

 ท่าเรือสิงคโปร์
          การขนส่งทางน้ำ มีการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ ทางน้ำชายฝั่งและทางน้ำระหว่างประเทศ ทางน้ำภายในประเทศ มีใช้อยู่ในวงจำกัด และไม่ค่อยสะดวก เพราะสิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ และมีแนวชายฝั่งสั้น ภายในเกาะเองก็มีแม่น้ำสายสั้น ๆ และไม่ติดต่อถึงกัน รวมทั้งยังตื้นเขินมาก จึงต้องจำกัดเวลา ในการใช้คือ ในช่วงเวลาน้ำขึ้นเท่านั้น ทางน้ำชายฝั่ง เป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ แต่มีลักษณะเฉพาะของตนเองคือ ใช้เรือเล็ก ท่าเรือเล็ก ๆ ที่มีจำนวนมากมาย เส้นทางเดินเรือสั้น การให้บริการไม่เป็นประจำ เรือที่เดินตามบริเวณชายฝั่ง มีหลายบริษัท และมีบริษัทที่ให้บริการเป็นประจำไปยังท่าเรืออินโดนีเซีย มาเลเซียตะวันออก และตะวันตก และไทย ทางน้ำระหว่างประเทศ รัฐบาลได้จัดตั้งสำนักงานจดทะเบียนเรือของสิงคโปร์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2509 และได้มีการตราพระราชบัญญัติอนุญาตให้มีการจดทะเบียนเรือ ซึ่งเจ้าของอยู่ในต่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2511 โดยมีความมุ่งหมายจะชักจูงเรือสินค้าต่างชาติ ที่ไปจดทะเบียนเป็นเรือสัญชาติไซบีเรีย และปานามา ให้สนใจโอนสัญชาติเป็นเรือสิงคโปร์ได้ ท่าเรือแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 ได้มีการปรัปปรุงท่าเรือสิงคโปร์ ให้สามารถรับเรือคอนเทนเนอร์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ และสามารถอำนวยความสะดวก ให้กับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดสองแสนตัน หรือมากกว่า ท่าเรือ แต่เดิมใช้ท่าเรือเคปเปล ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของสิงคโปร์ และมีเกาะเซนโตซา กับเกาะบรานี เป็นที่กำบังลม ต่อมาบริเวณของการท่าเรือ ได้ขยายออกไปจนเกินอาณาบริเวณ ทั้งพื้นที่บนฝั่ง และในทะเลรวม 538 ตารางกิโลเมตร ท่าเรือสิงคโปร์ มีทั้งท่าเรือน้ำลึกตรงที่ท่าเรือเคปเปล มาจนถึงตันจงปาการ์ ท่าเรือสิงคโปร์เริ่มตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของเกาะ เลียมริมฝั่งตะวันตก เรื่อยไปจนถึงฝั่งตะวันออกของเกาะทีซันไจ มาตา อิกาน บีคอน เขตการค้าเสรี ทางการสิงคโปร์ ได้ประกาศเขตการค้าเสรี เมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามบริเวณท่าเรือ ตั้งแต่เตล๊อก อาเยอร์เบซิน จนถึงจาร์ดินสเตปส์ กับจูร่ง ในบริเวณนี้ทางการได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ สายการเดินเรือแห่งชาติ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2511 บริษัทนี้เป็นสมาชิกของชมรมเดินเรือแห่งตะวันออกไกล เมื่อปี พ.ศ. 2512

 
          การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เริ่มมีสายการบินทำการค้าสายแรก เมื่อปี พ.ศ. 2473 เป็นของบริษัทดัทช์อิสท์อินเดีย และในปี พ.ศ. 2478 สายการบินแควนตัส ได้เปิดการบินระหว่างสิงคโปร์ กับออสเตรเลีย ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ท่าอากาศยานสากล เดิมอยู่ที่ปายาเลบาร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางวิ่งยาวประมาณ 4,000 เมตร สามารถรับเครื่องบินพาณิชย์ได้ทุกขนาดและทุกแบบ ปัจจุบันสิงคโปร์มีท่าอากาศยานนานานชาติ ที่จัดส่งทันสมัยมากคือ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงี มีขีดความสามารถในการรับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ และการให้บริการพร้อม ๆ กันถึง 45 เครื่อง มีการสร้างทางวิ่งที่สองบนพื้นที่ ที่ได้จากการถมทะเล สายการบินแห่งชาติ เดิมสิงคโปร์ มีสายการบินร่วมกับมาเลเซียใช้ชื่อว่า มาเลเซีย - สิงคโปร์ แอร์ไลนส์ (Malasia - Singapore Airlines) ต่อมาเมื่อได้แยกประเทศกันแล้ว ก็ได้แยกสายการบินออกจากกันด้วย เมื่อปี พ.ศ. 2515 สายการบินของสิงคโปร์ใช้ชื่อว่า สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines SIA)



                                                                 https://th.wikipedia.org/wiki

โทรคมนาคม

กิจการโทรคมนาคม (Telecommunications) เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ความทันสมัยและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีการสื่อสารและโทรคมนาคมช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารทำได้โดยง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนของกิจการ เป็นผลให้กิจการโทรคมนาคมกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของทั้งประเทศไทยและผู้ประกอบการไทยรวมไปถึงช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวอีกด้วยในการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวง ICT) มีนโยบายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโทรคมนาคมของอาเซียน จึงมีการดำเนินการหลายๆ อย่างที่จะช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางโทรคมนาคมของอาเซียนในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของภาคอุตสาหกรรม ICT ในด้านต่างๆ ทั้งด้านโทรคมนาคม ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ด้านแอนิเมชั่น ด้านเกม ด้านอุตสาหกรรมผลิตคอมพิวเตอร์ ด้านการให้บริการโครงข่าย เป็นต้น ทั้งยังมีการรวบรวมข้อมูลสถานภาพของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ICT และภาพรวมของอุตสาหกรรม ICT การจัดตั้งสถาบันเฉพาะทางด้าน ICT หรือ ICT Academy เพื่อเป็นแหล่งพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ให้มีศักยภาพและทักษะฝีมือสูงเพียงพอที่จะลงสนามแข่งขันในตลาดระดับภูมิภาค รวมไปถึงการเตรียมวางกรอบมาตรฐานวิชาชีพ ICT เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้าน ICT ของภูมิภาคอาเซียนเมื่อเข้าสู่การเป็น AEC แล้ว นอกจากนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับด้านงานราชการก็ยังมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. ที่ได้นำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้ในระบบราชการไทย โดยการตั้ง Government Cloud Service ขึ้นตามนโยบายของกระทรวง ICT ซึ่ง Government Cloud Service นี้จะช่วยส่งเสริมระบบการทำงานของส่วนราชการให้สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้านภาคเอกชนในอุตสาหกรรม ICT ก็ตื่นตัวกับการเข้าสู่ AEC เช่นกัน บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ICT รวมไปถึงผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคมต่างมีการเตรียมความพร้อมรับการเข้าสู่การเป็น AEC อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม Capacity เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปิด AEC มีการหาหุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์เพื่อร่วมลงทุนด้านโครงข่ายในประเทศเพื่อนบ้าน และการเชื่อมโครงข่ายกับผู้ให้บริการในต่างประเทศอันเป็นวิธีการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมประเทศในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดวิธีหนึ่ง ทั้งยังเป็นการปรับตัวให้เป็นไปตามนโยบายของอาเซียนที่ต้องการให้อาเซียนเป็นหนึ่งเดียว มีการเปิดเสรีในหลายๆ ด้านรวมไปถึงด้านกิจการโทรคมนาคมด้วย การเปิดเสรีนี้จะทำให้ผู้ให้บริการทุกรายในอาเซียนแข่งขันอยู่ในสนามเดียวกัน ผู้ให้บริการจากประเทศอื่นในอาเซียนก็จะสามารถให้บริการในประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้ให้บริการไทยจึงอาจพิจารณาความเหมาะสมในการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นรวมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการชาวไทยเมื่อเดินทางไปในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วยนั่นเอง ทั้งนี้อุตสาหกรรม ICT บรรจุไว้ในสาขาเร่งรัดของการเปิดเสรีภาคบริการ (Fast Track) คือสำหรับประเทศที่รับรองแล้วต้องไม่มีข้อจำกัดการให้บริการข้ามพรมแดน ทยอยให้ต่างชาติถือหุ้นได้ร้อยละ 70 และเปิดให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานด้านกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทยได้ในปี ค.ศ. 2013ทางด้านคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยก็มีการดำเนินงานเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ AEC เช่นกัน เบื้องต้น กสทช. มีการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนการปฏิบัติเพื่อรองรับการเปิด AEC ผ่านการจัดทำแผนแม่บทพัฒนากิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 – 2559) ซึ่งหนึ่งในหกยุทธศาสตร์ที่ กสทช. จัดทำขึ้นคือการเตรียมความพร้อมและการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ กสทช. ยังมีความพยายามที่จะแก้ประกาศหลายฉบับของ กทช. เดิม เพื่อผ่อนคลายกฎระเบียบหรือลดความตึงของประกาศ (Deregulated) ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมสามารถเติบโตได้ดีขึ้น อันเป็นการเพิ่มการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมที่ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการน้อยรายหากเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียนที่มีการพัฒนาด้านโทรคมนาคมสูงอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย การแข่งขันสูงในตลาดนี้จะช่วยให้คุณภาพการให้บริการดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ กสทช. ยังมีการทำข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ศึกษาหาข้อเสนอแนะในการวางทิศทางเมื่อเปิด AEC อีกด้วย
แต่เรื่องนี้จะไม่กล่าวถึงคู่แข่งที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์นั้นไม่ได้ ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์เป็นสมาชิกอาเซียนที่มีการพัฒนาด้านกิจการโทรคมนาคมและการสื่อสารล้ำหน้าที่สุดในอาเซียน มีความเจริญด้านเทคโนโลยีต่างๆ และมีการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมที่ค่อนข้างสมบูรณ์เนื่องจากมีหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมมานานแล้ว อีกทั้งบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ICT รวมทั้งกิจการโทรคมนาคมระดับโลกต่างก็ใช้สิงคโปร์เป็นฐานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน บางบริษัทมีการตั้งสำนักงานระดับเอเชีย-แปซิฟิกในสิงคโปร์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรม ICT ของสิงคโปร์อยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดีประเทศไทยมีข้อได้เปรียบตรงที่มีตลาดโทรคมนาคมขนาดใหญ่กว่า ผู้บริโภคมากกว่าสิงคโปร์ที่เป็นประเทศเล็กมีประชากรน้อย นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีความเหมาะสมทางด้านภูมิศาสตร์ และประชาชนในประเทศยังมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหากประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่ดีก็จะสามารถเป็นศูนย์กลางโทรคมนาคมของอาเซียนได้
 

                                                                                   http://m.posttoday.com/articlestory/342716/0005

ที่มา
https://sites.google.com/site/janthima014/kar-khmnakhm-laea-thorkhmnakhm/thorkhmnakhm
https://th.wikipedia.org

เป็นไงบ้างคะ รู้เรื่องกันไหมคะ ก็ส่วนนี้ถือเป็นความรู้ที่เล็กๆน้อยๆ ให้ท่าผู้ชมได้เข้ามาศึกษา ดิฉันหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อย ถ้าหากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ สวัสดีคะ บายๆๆๆๆ

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โรงเรียนของฉัน


            สวัสดีคะวันนี้มาพบกันอีกแล้ว ก็วันนี้จะมาแนะนำโรงเรียนของตัวเองนะคะ
ตอนนี้ดิฉันได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ก็เป็นนักเรียนใหม่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาเท่าไรก็มาเข้าสู่เนื้อเรื่องกันเลย


ประวัติ 
โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ถือกำเนิดจากความรัก ความเสียสละ และความมุ่งหวังตั้งใจของ ดร.สุขุม นวพันธ์ ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินและทรัพย์สิน พร้อมทั้ง ส่งเสริมการศึกษาสืบเนื่องมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2540 จนกระทั่งปัจจุบัน 

สถานที่ตั้ง :  เลขที่ 818  หมู่ 4  ซ.เสรีไทย 43  ถ.เสรีไทย  แขวงคลองกุ่ม  เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240 เว็บไซต์ www.sukum.ac.th 

ปัจจุบัน : โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เปิดทำการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเภทสหศึกษา รวม 1,9356 คน ครูและบุคลากร จำนวน 99 คน มีนายจำลองเชย  อักษร เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

อักษรย่อ :  ส.อ.  
เครื่องหมายประจำโรงเรียน  : อักษร “ส” ภายในทิศทั้งหกรองรับด้วยแพรแถบชื่อโรงเรียน




                                                       http://www.tarnnamjai.org


พระพุทธรูปประจำโรงเรียน :   พระพุทธชัยวัฒนคุณะเกษมมงคลบพิตร 




ดอกไม้ประจำโรงเรียน : ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูณ 




                                                     http://www.tarnnamjai.org


คำขวัญ :  ประพฤติดี มีคุณธรรม นำวิชาการ
ปรัชญา  : สุโข ปฺญญา  ปฏิลาโภ  “ ความได้ปัญญาทำให้เกิดสุข ”
คติพจน์  : สถาบันนี้สร้างคนดีศรีราชพฤกษ์
สีประจำโรงเรียน  : เขียว-เหลืองทอง
วิสัยทัศน์ :  มุ่งหวังให้เป็นโรงเรียนเพื่อชุมชนที่มีมาตรฐาน ทันสมัย  บนพื้นฐานความเป็นไทย
ท่านผู้อุปถัมภ์ :  ดร.สุขุม คุณเมธ์วดี  นวพันธ์        


http://www.tarnnamjai.org


         


บางส่วนของ...
โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ สถาบันที่สร้างคนดีให้สังคม



โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ถือกำเนิดจากความรักความเสียสละและความมุ่งหวังตั้งใจของ ดร.สุขุม นวพันธ์ ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินและทรัพย์สิน ส่งเสริมการศึกษาสืบเนื่องมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง  ในปี  พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน ด้วยปณิธานที่จะให้มีโรงเรียนชั้นนำเพื่อชุมชนที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษา ครอบครัวขาดความเข้มแข็ง เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม ค่านิยม รวมถึง คุณธรรมพื้นฐานของประชาชน และเยาวชนโรงเรียนจัดการศึกษาตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “เป็นโรงเรียนเพื่อชุมชน ที่มีมาตรฐาน ทันสมัย บนพื้นฐาน ความป็นไทย”  จึงจัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆขึ้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้คุณธรรม ดำรงตนเป็นคนดี โดยมีอุดมการณ์ในการจัดการศึกษาว่า


“ จักสร้างคนสนองคุณของแผ่นดิน
ด้วยดวงจินต์ประจักษ์รักลูกท่าน
ประพฤติดี มีคุณธรรม นำดวงมาน
วิชาการให้เสริมส่งธำรงไทย..”







โรงเรียนมุ่งเน้นการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม  
จริยธรรม  ตามปรัชญาของโรงเรียนที่ว่า  ประพฤติดี  มีคุณธรรม นำวิชาการโครงการและกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นมุ่งหล่อหลอมกล่อมเกลาปลูกจิตสำนึกให้ลูกราชพฤกษ์  ดำรงตนเป็นคนดี  มีคุณธรรม  จริยธรรม  มีระเบียบวินัย  สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต  ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข  ริเริ่มโครงการปลูกรากแก้วของแผ่นดิน (ลูกราชพฤกษ์เดินตามรอยเท้าพ่อ สานต่องานสร้างสรรค์  ผูกพันรักแม่  มอบแด่มาตุภูมิ) จัดหลักสูตรการเรียนรู้แบบบูรณาการ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สอดแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทุกวิชาของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เสนอผลงานด้านคุณธรรม จริยธรรม โครงการเชิดชูเกียรติสถานศึกษาที่สร้างคนดีให้สังคมด้วยการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมดีเด่น ประจำปี 2551  จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม อบรมนักเรียนแกนนำ คนดีศรีสุขุมฯ  เข้าร่วมกับมูลนิธิ “ เราจะเป็นคนดี ” ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ด้านความซื่อสัตย์  มีวินัย  การประหยัดและการออม  มีลักษณะนิสัยของการเสียสละ  มีจิตสาธารณะ  สร้างความรัก  ความสามัคคี  ในโรงเรียนครอบครัว  และชุมชน  มีผลปรากฏให้นักเรียนประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี  มีความภาคภูมิใจในตนเอง และมีเป้าหมายในชีวิต  พัฒนาตนด้วย ความมีศีล  สมาธิ  ก่อให้เกิดปัญญา โดยมีโครงการและกิจกรรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน ดังนี้ 
               
              โครงการสืบสานพระศาสนาสร้างคุณค่าชีวิต กิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ  เช่น ธรรมะ พระ โรงเรียน ธรรมะสู่ใจ สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ สมาธิประจำวัน ค่ายคุณธรรม จริยธรรม ทำบุญตักบาตร บรรพชาสามเณร และปฏิญาณตนเป็น    พุทธมามกะ ในส่วนของโครงการคุณธรรมนำชีวิต สู่เศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ  เช่น ปลูกรากแก้วของแผ่นดิน (ออมวันละบาท)  ธนาคาร
ความดี  เกษตร ส.อ  ขยะรีไซเคิล อบรมผู้นำนักเรียน ค่ายลูก  เสือ เนตรนารี รวมทั้ง อาสาจราจร โครงการส่งเสริมวัฒนธรรม                 
ประเพณี และวิถีไทย มีกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ  เช่น ปฐมนิเทศนักเรียนวันไหว้ครู วันแม่  วันพ่อ วันเข้าพรรษา วันลอยกระทง วันสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  การประกวดมารยาท การส่งเสริมประชาธิปไตย และวันปัจฉิมนิเทศและมอบทุนการศึกษา นอกจากนี้ยังมี โครงการส่งเสริมกีฬา ศิลปะ นาฏศิลป์ ดนตรี เพื่อสุนทรียภาพแห่งชีวิต มีกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ อาทิ เส้นสาย ลายศิลป์ ยินเสียง กีฬาฟุตซอล กีฬาภายในราชพฤกษ์เกมส์ กีฬาชุมชนคนรักสุขภาพ กิจกรรมต้านภัยยาเสพติด ทัศนศึกษาค่ายวิชาการ ค่ายศิลปะ วงโยธวาทิต วงดนตรีไทย นาฏศิลป์ ขับร้องประสานเสียง และให้การศึกษาหาความรู้ตามหลักสูตร  สร้างประสบการณ์ให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง  พัฒนาศักยภาพเด่นของนักเรียนให้เป็นที่ปรากฏ ทั้งด้านวิชาการ  ศิลปะ  ดนตรี  และกีฬา



          การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ส่งผลให้นักเรียนเป็นผู้ประพฤติดี มีคุณธรรมนำวิชาการตามคำขวัญของโรงเรียนและทำให้ส่งผลถึงความสำเร็จของส่วนรวมที่โรงเรียนได้ผ่านประเมินเพื่อรับรางวัลพระราชทานประจำปี 2551 และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากมูลนิธิเราจะเป็นคนดี อันจะเป็นเกียรติ ศักดิ์ศรี สิริมงคล ที่เป็นขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติงานของครู นักเรียนให้ดำรงตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติสืบไป


ข้อมูลอาคารสถานที่
1.อาคารเรียน
-อาคาร 1 สูง 8 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน เป็นห้องเรียน ห้องปฏิบัตการ ห้องสำนักงาน ห้องศูนย์กลุ่มสาระฯ
ห้องประชุม ห้องพักครู ลานจอดรถ(ชั้นใต้ดิน)



 -อาคาร 2 สูง 5 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน เป็นอาคารอเนกประสงค์ ห้องเรียน ห้องสำนักงาน
 ห้องศูนย์กลุ่มสาระฯ ห้องประชุม โรงอาหาร ห้องพักครู ลานจอดรถ(ชั้นใต้ดิน)



2.อาคารชั่วคราว 2 หลัง
-อาคารชั่วคราวหลังที่ 1 สำนักงานกลุ่มบริหารส่วนบุคล
-อาคารชั่วคราวหลังที่ 2 เป็นร้านค้าสหกรณ์ ร้านค้าสวัสดิการ ห้องเรียนศิลปะ บ้านพักคนงาน




 3.อาคารเมธ์วดี(อาคารพลศึกษา)




4.ลานกีฬา
-สนามฟุตซอล สนามวอลเลย์บอล สนามบาสเกตบอล โดมลานกีฬา ลานกีฬาเปตอง ลานกีฬาปิงปอง








5.สถานที่่พักผ่อน
-ลานราชพฤกษ์ตั้งอยู่อาคาร 1 ชั้น 2
-โต๊ะม้าหินริมสนามฟุตซอล
-ลานพักผ่อน(หลังคาแดง)ตั้งอยู่ริมสระน้ำ
-ศาลาหกเหลี่ยม

-โต๊ะม้าหินริมสระน้ำ

















6.ห้องประชุม
-ห้องประชุมสุขุม-เมธ์วดี นวพันธ์ อาคาร 2 ชั้น 4
-ห้องประชุมราชพฤกษ์อาคาร 1 ชั้น 2

7.ห้อง E-Classroom อาคาร 1 ชั้น 4 (ห้อง 1406)

8.ห้อง IEP(lntensive English Program) อาคาร 1 ชั้น 4 (ห้อง 1607)

9.ห้องอาเซียนเซ็นเตอร์ อาคาร1 ชั้น 4 (ห้อง1411)

10.ห้องสำนักงาน
-กลุ่มงบประมาณบริหาร อาคาร 1 ชั้น 3 (ห้อง 1406)
-กลุ่มบริหารวิชาการ อคาร 1 ชั้น 2 (ห้อง 1202)
-กลุ่มบริหารงานบุคคล อาคารชั่วคราว หลังพระพุทธรูปประจำโรงเรียน
-กลุ่มบริหารทั่วไป อาคาร 2 ชั้น 3 (ห้อง2302)
-กลุ่มบริหารแผนงานและประกันคุณภาพ อาคาร 1 ชั้น 3


11.โรงอาหารอาคาร 2 ชั้น 2

12.ลานจอดรถ
-ชั้นใต้ดินอาคาร 1
-ชั้นใต้ดินอาคาร 2


สภาพชุมชนโดยรอบ

1.สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านเอื้ออาทร ที่อยู่อาศัยปลูกสร้างเองมีประชากรประมาณ 141,066 คน บริเวณใใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่
-ทิศเหนือ ติดกับที่ดินว่างเปล่าของเอกชน หมู่บ้านสุวรรณประสิทธ์ ลักษณะโดยรวมของชุมชนด้านนี้จัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างดี
-ทิศตะวันออก ติดกับหมู่บ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ลักษณะโดยรวมของชุมชนอยู่ในระดับยากจนถึงระดับปานกลาง
-ทิศตะวันตก ติดหมู่บ้านเจริญกาญจน์ บ้านเดี่ยวที่ผู้อาศัยปลูกสร้างเอง ลักษณะโดยรวมของชุมชนด้านนี้จัดอยู่ในระดับยากจนถึงระดับปานกลาง
-ทิศใต้ ติดกับสำนักงานเขตบึงกุ่ม สวนน้ำเสรีไทย สถานีตำรวจบึงกุ่ม โรงเรียนชินวรสุเหร่าอัสลาม หมู่บ้านวังทอง 1,2

ชุมชนโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์


ก็วันนี้ได้รู้จักสถานที่มากมายเลย
 เป็นง่ายกันบ้างเหนื่อยไหม พาทัวร์รอบโรงเรียนเลย ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ คะ โอกาศหน้าเจอกันใหม่อีกรอบ อย่าลืมติดตามดูกันนะคะ สวัสดีคะ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โรงเรียนของฉัน

สวัสดีคะวันนี้มาพบกันอีกแล้ว ก็วันนี้จะมาแนะนำโรงเรียนของตัวเองนะคะ
ตอนนี้ดิฉันได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ก็เป็นนักเรียนใหม่ก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาเท่าไรก็มาเข้าสู่เนื้อเรื่องกันเลย
ชื่อโรงเรียนนะคะ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์
 ที่อยู่ 818 ซอยเสรีไทย 43     ถนน:เสรีไทย   แขวง:คลองกุ่ม   เขต:บึงกุ่ม   จังหวัด:กรุงเทพมหานคร สังกัด:สำนักงานการศึกษามัธยมศึกษาเขต 2




อักษรย่อ: ส.อ.
วันก่อตั้งโรงเรียน:8 พฤษภาคม 2540
ปรัชญาโรงเรียน:สุโข ปํญญา ปฏิลาโภ
คำขวัญ:ประพฤษดี มีคุณธรรม นำวิชาการ
สีประจำโรงเรียน:เขียว เหลือง
เปิดการสอนระดับชั้น:มัธยมศึกษาปีที่4-6
เนื้อที่ของโรงเรียน:จำนวน 10 ไร่
 
 
พระพุทธรูปประจำโรงเรียน:พระพุทธชัยวัฒนคุณะเกษมมงคลบพิตร
 


สัญญาลักษณ์ประจำโรงเรียน:อักษร "ส" ภายในทิศทั้งหกรองรับด้วยแพรแถบชื่อโรงเรียน
 

 
ดอกไม้ประจำโรงเรียน:ดอกราชพฤกษ์
 


 
 ผู้อุปถัมภ์โรงเรียน

ดร.สุขุม  คุณเมธ์วดี นวพันธ์


 
ผู้บริหารโรงเรียนคนปัจจุบัน

 
ประวัติโรงเรียน

          โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยความคิดริเริ่มของนายบรรจบ  เสริมทอง  ผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิขณะนั้น ด้วยมีแนวคิดที่จะก่อตั้งโรงเรียนบางกะปิสาขาในพื้นที่โรงเรียนบางกะปิ โดยจะแบ่งเป็นโรงเรียนบางกะปิมัธยมศึกษาตอนต้นและโรงเรียนบางกะปิมัธยมศึกษาตอนปลาย  นายบรรจง พงศ์ศาสตร์ อธิบดีกรมสามัญศึกษาในขณะนั้นได้อนุมัติให้มีโรงเรียนบางกะปิสาขา พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณอาคารเรียนชั่วคราวแบบถอดประกอบได้ จำนวน ๓ หลัง ๖ ห้องเรียน ปลูกในพื้นที่ของโรงเรียนบางกะปิ และให้อัตราครูจำนวน ๘ คน เริ่มดำเนินการรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในปีการศึกษา  ๒๕๓๗
       
          ต่อมาในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๓๗ นางศิริลักษณ์ นันทพิศาล ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิ  เล็งเห็นว่าพื้นที่โรงเรียนบางกะปิไม่เหมาะสมที่จะสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนบางกะปิสาขาเพิ่มได้อีก จึงสรรหาที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนบางกะปิสาขาขึ้น ได้พยายามขอความอนุเคราะห์   ไปยังเจ้าของที่ดินหลายแห่ง ในที่สุด ดร.สุขุม  นวพันธ์  ประธานกลุ่มบริษัทนวธานี ได้มองเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงได้บริจาคที่ดิน จำนวน ๗ ไร่ หลังสำนักงานเขตบึงกุ่ม ถนนเสรีไทย ห่างออกไปประมาณ   ๑๐๐ เมตร ดำเนินการออกโฉนดที่ดินเสร็จสมบูรณ์ในปีการศึกษา ๒๕๔๐ กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ประกาศ ตั้งโรงเรียนบางกะปิสาขาในนาม  “โรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์”  เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๐  และแต่งตั้ง นางมานี  ขำเพ็ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิมารักษาการในตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน ในปีงบประมาณ ๒๕๔๐ โรงเรียนได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ขนาด  ๕  ห้องเรียน จำนวน ๑ หลัง จัดสร้าง ณ ที่ดินของโรงเรียน แต่สถานที่และห้องเรียนยังไม่เพียงพอและเหมาะสมที่จะดำเนินการเรียนการสอนได้ จึงยังคงอาศัยเรียนอยู่ในโรงเรียนบางกะปิ  ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑ กรมสามัญศึกษาได้แต่งตั้ง นางกานดา สุขทุม  ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ในปีการศึกษา ๒๕๔๒  ต่อมาปีงบประมาณ  ๒๕๔๒  โรงเรียนได้รับงบประมาณ  ๖๙.๕  ล้านบาท  สร้างอาคารเรียน ๘ ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน  แล้วเสร็จในเดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔  เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔ กรมสามัญศึกษาแต่งตั้ง  นางสุกัญญา ภู่พันธาภักดิ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าช้างวิทยาคม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ และในปีการศึกษา ๒๕๔๔  โรงเรียนได้ย้ายสถานที่จากโรงเรียนบางกะปิมาทำการเรียนการสอนในสถานที่ปัจจุบันโดยเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
         
          ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ดร.สุขุม และคุณเมธ์วดี นวพันธ์ มอบที่ดินเพิ่มให้อีก จำนวน ๓ ไร่ และได้รับงบประมาณในการสร้างอาคารอเนกประสงค์  ๕  ชั้น  เป็นจำนวนเงิน  ๒๕,๖๒๓,๐๐๐ บาท และ     ดร.สุขุม   คุณเมธ์วดี นวพันธ์ มอบเงินเพื่อพัฒนาการศึกษาอีกจำนวน ๑๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙  อาคารอเนกประสงค์ ๕ ชั้น ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเริ่มใช้ปลายภาคเรียนที่ ๒/ ๒๕๔๘



ข้อมูลอาคารสถานที่
1.อาคารเรียน
-อาคาร 1 สูง 8 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน เป็นห้องเรียน ห้องปฏิบัตการ ห้องสำนักงาน ห้องศูนย์กลุ่มสาระฯ
ห้องประชุม ห้องพักครู ลานจอดรถ(ชั้นใต้ดิน)


 -อาคาร 2 สูง 5 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน เป็นอาคารอเนกประสงค์ ห้องเรียน ห้องสำนักงาน ห้องศูนย์กลุ่มสาระฯ ห้องประชุม โรงอาหาร ห้องพักครู ลานจอดรถ(ชั้นใต้ดิน)

 
 
 
2.อาคารชั่วคราว 2 หลัง
-อาคารชั่วคราวหลังที่ 1 สำนักงานกลุ่มบริหารส่วนบุคล
-อาคารชั่วคราวหลังที่ 2 เป็นร้านค้าสหกรณ์ ร้านค้าสวัสดิการ ห้องเรียนศิลปะ บ้านพักคนงาน



 
 
 
3.อาคารเมธ์วดี(อาคารพลศึกษา)

 
 
 
4.ลานกีฬา
-สนามฟุตซอล สนามวอลเลย์บอล สนามบาสเกตบอล โดมลานกีฬา ลานกีฬาเปตอง ลานกีฬาปิงปอง
 


 
 
 
5.สถานที่่พักผ่อน
-ลานราชพฤกษ์ตั้งอยู่อาคาร 1 ชั้น 2
-โต๊ะม้าหินริมสนามฟุตซอล
-ลานพักผ่อน(หลังคาแดง)ตั้งอยู่ริมสระน้ำ
-ศาลาหกเหลี่ยม


-โต๊ะม้าหินริมสระน้ำ
















 


 
6.ห้องประชุม
-ห้องประชุมสุขุม-เมธ์วดี นวพันธ์ อาคาร 2 ชั้น 4
-ห้องประชุมราชพฤกษ์อาคาร 1 ชั้น 2

7.ห้อง E-Classroom อาคาร 1 ชั้น 4 (ห้อง 1406)

8.ห้อง IEP(lntensive English Program) อาคาร 1 ชั้น 4 (ห้อง 1607)

9.ห้องอาเซียนเซ็นเตอร์ อาคาร1 ชั้น 4 (ห้อง1411)

 
10.ห้องสำนักงาน
-กลุ่มงบประมาณบริหาร อาคาร 1 ชั้น 3 (ห้อง 1406)
-กลุ่มบริหารวิชาการ อคาร 1 ชั้น 2 (ห้อง 1202)
-กลุ่มบริหารงานบุคคล อาคารชั่วคราว หลังพระพุทธรูปประจำโรงเรียน
-กลุ่มบริหารทั่วไป อาคาร 2 ชั้น 3 (ห้อง2302)
-กลุ่มบริหารแผนงานและประกันคุณภาพ อาคาร 1 ชั้น 3
 
 
11.โรงอาหารอาคาร 2 ชั้น 2
 
12.ลานจอดรถ
-ชั้นใต้ดินอาคาร 1
-ชั้นใต้ดินอาคาร 2
 
 
 
สภาพชุมชนโดยรอบ
1.สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านเอื้ออาทร ที่อยู่อาศัยปลูกสร้างเองมีประชากรประมาณ 141,066 คน บริเวณใใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่
-ทิศเหนือ ติดกับที่ดินว่างเปล่าของเอกชน หมู่บ้านสุวรรณประสิทธ์ ลักษณะโดยรวมของชุมชนด้านนี้จัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างดี
-ทิศตะวันออก ติดกับหมู่บ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ลักษณะโดยรวมของชุมชนอยู่ในระดับยากจนถึงระดับปานกลาง
-ทิศตะวันตก ติดหมู่บ้านเจริญกาญจน์ บ้านเดี่ยวที่ผู้อาศัยปลูกสร้างเอง ลักษณะโดยรวมของชุมชนด้านนี้จัดอยู่ในระดับยากจนถึงระดับปานกลาง
-ทิศใต้ ติดกับสำนักงานเขตบึงกุ่ม สวนน้ำเสรีไทย สถานีตำรวจบึงกุ่ม โรงเรียนชินวรสุเหร่าอัสลาม หมู่บ้านวังทอง 1,2

ชุมชนโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์


 
ก็วันนี้ได้รู้จักสถานที่มากมายเลย
 เป็นง่ายกันบ้างเหนื่อยไหม พาทัวร์รอบโรงเรียนเลย ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้ คะ โอกาศหน้าเจอกันใหม่อีกรอบ อย่าลืมติดตามดูกันนะคะ สวัสดีคะ